แผนที่ความคิด (Mind Map) เรื่อง การควบคุมการคิดของตนเอง (Metacognition)

Mind Map Metacognition

Mind Map เรื่อง อภิปัญญา / เมตาคอกนิชัน (Metacognition)

** ความหมายของเมตาคอกนิชัน
เมตาคอกนิชัน หมายถึง การควบคุมและการประเมินการคิดของตนเอง หรือความสามารถของบุคคลที่ได้รับการพัฒนา เพื่อควบคุมกำกับกระบวนการท างปัญญา หรือกระบวนการคิด มีความตระหนักในงานและสามารถใช้ยุทธวิธีในการทำงานจนสำเร็จอย่างสมบูรณ์
** ความสำคัญของเมตาคอกนิชัน
เมตาคอกนิชัน เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้ แต่ละคนควบคุม กำกับกระบวนการทางปัญญาของตนได้ การเรียนรู้ที่ดีสามารถเกิด ผลต่อเมตาคอกนิชันที่เหมาะสม พฤติกรรมการเรียนรู้ที่ดีเกิดจากการสอนที่เหมาะสม 
** องค์ประกอบของเมตาคอกนิชัน
ทิศนา แขมณี และคณะ (2540) ได้สรุปไว้ว่า เมตาคอกนิชัน แยกได้เป็น 2 องค์ประกอบ คือ 
1. การตระหนักรู้ (awareness) เป็นการตระหนักรู้ถึง ทักษะ กลวิธี และแหล่งข้อมูลที่จำเป็นต่อ การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร กล่าวคือ เป็นเรื่องของการที่บุคคลรู้ถึงสิ่งที่ตนเองคิด และความสอดคล้องกับสถานการณ์การเรียนรู้ รวมไปถึงการแสดงออกในสิ่งที่รู้ออกมาโดยการอธิบายให้ผู้อื่นฟังได้ สามารถสรุปใจความสำคัญของสิ่งที่เรียนรู้นั้น หรือมีวิธีการจำ การวางขอบข่าย การจดบันทึก และความสามารถในการสะท้อนกา รคิดของตนออกมาในขณะที่อ่าน เรื่องราว หรือในการคิดแก้ปัญหาซึ่งเป็นทักษะที่จะทำให้บุคคลทำงา นอย่างมีแผน เพราะจะทำให้รู้ว่างานนั้นจ ะต้องประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง ที่จะทำให้งานนั้นเกิดประสิ ทธิภาพ และทำให้สถานการณ์นั้นมีประ สิทธิภาพยิ่งขึ้น 
2. ความสามารถในการกำกับตนเอง (self-regulation) เป็นความสามารถในการกำกับตน เองในขณะที่กำลังคิดแก้ปัญห า รวมไปถึงการพิจารณาว่ามีความเข้าใจในสิ่งนั้นหรือไม่ การประเมินความพยายามในการทำงาน การวางแผนในขั้นตอนการทำงาน การทดสอบวิธีการที่ใช้ การตัดสินใจในการใช้เวลา การเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นเพื ่อแก้ปัญหา 
** การพัฒนาเมตาคอกนิชัน
การมีเมตาคอกนิชันเป็นความสำคัญสำหรับผู้ใช้ทักษะการคิด กระบวนการคิด เพื่อใช้ในการกำหนดปัญหา หาวิธีการแก้ปัญหาอย่างหลาก หลาย จึงควรต้องพัฒนาเมตาคอกนิชัน แก่บุคคลต่างๆ โดยเฉพาะผู้เรียน ในการพัฒนาเมตาคอกนิชันจะต้ อง มีการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมหรือความรู้เท่าที่มีอยู่ เลือกยุทธวิธีการคิดอย่างพิถีพิถันรอบคอบ วางแผนกำกับหรือตรวจสอบและประเมินกระบวนการคิด ซึ่งในการพัฒนาเมตาคอกนิชัน หรือการพัฒนาพฤติกรรมการควบ คุมและประเมินการคิดพอแบ่งได้เป็นขั้นตอน ดังนี้ 
1. ระบุว่าเรารู้อะไร ไม่รู้อะไร โดยการฝึกเขียนให้ชัดเจน 
2. อภิปรายเกี่ยวกับกระบวนการคิดของตน 
3. บันทึกวิธีคิด ข้อควรระวัง ความยากลำบาก โดยการเขียนอนุทิน 
4. วางแผนกำกับการเรียนด้วยตนเอง 
5. สรุปกระบวนการคิดเมื่อทำกิจ กรรมเสร็จ 
6. ประเมินผลการคิดของตนเอง 
** ประโยชน์ของเมตาคอกนิชัน
เมื่อนักเรียนสามารถควบคุมการคิด และประเมินการคิดของตนเองได้ หมั่นตรวจสอบความสำเร็จ รู้จักสำรวจตนเองทั้งด้านการคิดและการทำงาน ก็จะรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นทาสสิ่งต่างๆ และเป็นอาวุธสำคัญในการดำรง ชีวิตทั้งในยุคปัจจุบันและในอนาคต
สรุปเมตาคอกนิชัน เป็นมิติหนึ่งของการคิด มีคุณสมบัติที่เอื้อต่อการคิด มีความสามารถในการควบคุมการ คิดและประเมินการคิดของตนเอ ง เป็นสิ่งที่ช่วยให้แต่ละคนควบคุมกำกับกระบวนการทางปัญญาของตนได้ เมตาคอกนิชันจึงเป็นองค์ประ กอบสำคัญของการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการฝึกให้นักเรียนสา มารถกำกับตนเองได้ จะส่งผลต่อการปรับพัฒนาการหรือการกระทำ อันจะเป็นผลต่อความสามารถใน การเรียนรู้วิธีเรียนของนัก เรียน แม้สังคมโลกจะเปลี่ยนไปกี่ยุคสมัยก็ตามแต่เมตาคอกนิชัน ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นองค์ประกอบที่สาคัญของอาวุธที่ดีที่สุดของคน หากเรารู้จักใช้ รู้จักพัฒนาอาวุธที่วิเศษสุดในตัวเรานี้แล้ว ก็จะไม่มีกระแสคลื่นแห่งสังคมใดๆ ที่จะมีอำนาจเหนือกระแสคลื่ นแห่งปัญญาของเราไปได้ 
แหล่งข้อมูล : ทิศนา แขมณี และคณะ. (2544) วิทยาการด้านการคิด. กรุงเทพฯ : เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท์ จำกัด.

 

กลับหน้าหลัก